เมื่อพูดถึงการสร้างบ้าน หลายคนมักให้ความสำคัญกับความสวยงาม วัสดุ หรือการออกแบบภายในเป็นหลัก แต่อีกหนึ่งประเด็นที่ไม่ควรมองข้าม คือ “เรื่องปลวก” ศัตรูเงียบที่ทำลายบ้านได้โดยเจ้าของบ้านไม่ทันรู้ตัว การติดตั้งระบบท่อกำจัดปลวก หรือที่เรียกกันติดปากว่า การวางท่อกำจัดปลวก จึงกลายเป็นหนึ่งในวิธีป้องกันปลวกระยะยาวที่ได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะบ้านที่กำลังอยู่ในช่วงก่อสร้าง และเป็นช่วงก่อสร้างที่ยังไม่ปิดพื้นชั้นหนึ่ง เพราะสามารถเตรียมระบบนี้ให้พร้อมตั้งแต่แรกและช่วยลดความยุ่งยากในอนาคตได้อย่างมาก
ระบบท่อกำจัดปลวก คืออะไร?
ระบบท่อกำจัดปลวกเป็นวิธีป้องกันปลวกที่ออกแบบมา เพื่อให้การอัดน้ำยาลงดินใต้บ้านทำได้ง่ายโดยไม่ต้องเจาะพื้นหรือรื้อวัสดุก่อสร้าง เมื่อถึงเวลาบำรุงรักษาเพียงอัดน้ำยาลงในจุดบริการที่เตรียมไว้ ที่เรียกว่า “หัวอัดน้ำยา” น้ำยาจะไหลเข้าสู่ท่อที่ถูกติดตั้งไว้ใต้พื้นบ้าน กระจายออกผ่านรูตามระยะ และซึมลงดินเพื่อสร้างแนวป้องกันปลวกรอบฐานรากบ้าน ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ปลวกมักใช้เป็นเส้นทางเข้าบ้าน ระบบกำจัดปลวกนี้จึงช่วยเสริมความปลอดภัยให้บ้านอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
มาตรฐานการติดตั้งระบบท่อกำจัดปลวกที่ถูกต้อง
-
ต้องติดตั้งก่อนเทพื้นบ้าน
การติดตั้งระบบท่อกำจัดปลวกจะให้ผลดีที่สุดก็ต่อเมื่อทำในช่วงก่อนเทพื้นคอนกรีตชั้นล่างของบ้าน เหตุผลสำคัญ คือในช่วงก่อนเทพื้น จะสามารถเข้าถึงพื้นที่ดินบริเวณฐานราก พื้นที่ด้านล่างของโครงสร้าง และจุดเสี่ยงที่ปลวกใช้เป็นเส้นทางขึ้นบ้านได้อย่างครบถ้วน การเดินท่อกำจัดปลวกในระยะนี้สามารถกำหนดแนวท่อได้อย่างถูกต้องตามผังบ้าน และควบคุมให้ท่อถูกวางอย่างเป็นระเบียบโดยไม่ถูกสิ่งก่อสร้างขวางทาง หากบ้านสร้างเสร็จแล้ว การเดินท่อใหม่จะทำได้จำกัดมาก หรือแทบเป็นไปไม่ได้เลย
แม้จะทำได้ แต่ประสิทธิภาพก็ลดลงเป็นอย่างมาก เพราะพื้นคอนกรีตที่เทไปแล้วจะปิดเส้นทางทั้งหมด ทำให้ท่อกำจัดปลวกไม่สามารถถูกติดตั้งในตำแหน่งที่ถูกต้องหรือครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงได้ ส่งผลให้การกระจายน้ำยากำจัดปลวกไม่ทั่วถึง และทำให้ระบบท่อไม่มีประสิทธิภาพ
-
ระยะห่างของท่อต้องเหมาะสม
ระยะห่างของท่อเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดว่า น้ำยากำจัดปลวกจะสามารถกระจายตัวใต้พื้นบ้านได้ทั่วถึงแค่ไหน มาตรฐานที่นิยมและยอมรับกันในวงการกำจัดปลวก คือการวางท่อให้ห่างกันประมาณ 1 ถึง 1.5 เมตร ทั่วพื้นที่ชั้นล่าง รวมถึงบริเวณรอบแนวบ้านที่ติดดิน ระยะนี้ถูกคำนวณจากความสามารถในการซึมของน้ำยาลงในดิน หากวางท่อห่างเกินไป น้ำยากำจัดปลวกจะแทรกตัวไม่ถึงกัน ทำให้เกิดช่องว่างของแนวป้องกัน ซึ่งเป็นจุดที่ปลวกสามารถเข้าสู่ตัวบ้านได้โดยไม่สัมผัสน้ำยา ในทางกลับกัน หากท่อถูกวางถี่เกินไป น้ำยากำจัดปลวกที่อัดเข้าไปจะกระจุกตัวมากเกินความจำเป็น ทำให้สิ้นเปลืองโดยไม่เพิ่มประสิทธิภาพ
-
ความลึกในการวางท่อกำจัดปลวก
ความลึกของท่อใต้ดินก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัย ที่มีผลโดยตรงต่อการกระจายตัวของน้ำยากำจัดปลวก ท่อควรถูกฝังลึกประมาณ 5 ถึง 10 เซนติเมตร จากระนาบดินก่อนเทพื้นคอนกรีต ระดับความลึกนี้เหมาะสม เพราะเป็นระยะที่น้ำยากำจัดปลวกสามารถกระจายเข้าสู่ชั้นดินด้านล่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ถูกกดทับมากเกินไปจากน้ำหนักโครงสร้าง ก่อนวางท่อ ดินควรถูกอัดแน่นให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันไม่ให้ท่อเคลื่อนตัวหรือทรุดตัวหลังจากมีการเทพื้นทับ
หากดินไม่ถูกอัดแน่น อาจเกิดปัญหาท่อบิดงอ ทำให้การกระจายน้ำยาไม่เป็นไปตามแนวที่ออกแบบไว้ อีกทั้งอาจเสี่ยงต่อการแตกเมื่อมีการอัดน้ำยาด้วยแรงดันสูงในอนาคต
-
รูฉีดน้ำยากำจัดปลวกตามมาตรฐาน
ระบบท่อกำจัดปลวกจะมีประสิทธิภาพหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับมาตรฐานของการเจาะรูตามแนวท่อเป็นอย่างมาก ปัจจุบันถูกพัฒนาให้มีลักษณะขแองใบพาย เมื่อมีการอัดน้ำยา แรงดันของน้ำยาก็จะไปปั่นให้ใบพายนี้หมุน เพื่อการกระจายน้ำยาดียิ่งขึ้น โดยทั่วไปควรเจาะรูทุก 20 ถึง 30 เซนติเมตร ตลอดแนวท่อ ระยะนี้เหมาะสมกับความสามารถในการกระจายน้ำยา ทำให้สารเคมีกระจายตัวสม่ำเสมอโดยไม่เกิดจุดบอด อีกทั้ง ทิศทางของรูต้องหันลงล่างหรือหันข้างเล็กน้อย เพื่อให้น้ำยากำจัดปลวกถูกพ่นออกไปในดินแบบแผ่กระจาย หากรูหันขึ้นด้านบน เมื่ออัดน้ำยาเข้าไป น้ำยาอาจพุ่งขึ้นแนวคอนกรีตแทนที่จะลงไปในดิน ทำให้ประสิทธิภาพลดลงอย่างมาก
นอกจากนี้ขนาดของรูต้องไม่ใหญ่เกินไปจนแรงดันน้ำยาลดลง หรือเล็กเกินไปจนทำให้การไหลของน้ำยาติดขัด บางทีมงานที่ไม่มีประสบการณ์อาจเว้นรูห่างเกินไป หรือเจาะรูไม่สม่ำเสมอ ส่งผลให้มีพื้นที่บางส่วนที่น้ำยาไม่สามารถเข้าถึง จนกลายเป็นเส้นทางให้ปลวกเลี่ยงแนวป้องกัน
-
เลือกท่อที่แข็งแรงและทนแรงดัน
ท่อที่ใช้ในระบบท่อกำจัดปลวกต้องเป็นวัสดุที่มีความแข็งแรงและทนต่อแรงดันน้ำยาได้ดี เพราะเมื่อต้องทำการอัดน้ำยาในแต่ละครั้ง จะใช้แรงดันค่อนข้างสูงเพื่อให้น้ำยาไหลผ่านรูทุกจุดและซึมลงสู่ดินอย่างทั่วถึง หากเลือกใช้ท่อ PVC ที่คุณภาพต่ำ ท่ออาจแตก รั่ว หรือปริแตกตามรอยต่อ ทำให้ระบบเสียหายโดยที่เจ้าของบ้านไม่รู้ตัว
เนื่องจากท่ออยู่ใต้พื้นบ้านและไม่สามารถเข้าถึงเพื่อตรวจสอบได้ง่าย ท่อที่เหมาะสมที่สุดคือ ท่อ PE เกรดมาตรฐาน (HDPE) ที่มีความหนาเพียงพอต่อการรับแรงกดทั้งจากคอนกรีตด้านบนและแรงดันของน้ำยา การเลือกท่อที่มีคุณภาพยังช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาในระยะยาว เช่น การอุดตัน แตกตัวจากแรงดัน หรือการชำรุดจากสภาพแวดล้อมใต้ดิน
องค์ประกอบสำคัญของระบบท่อกำจัดปลวก
ระบบท่อกำจัดปลวกที่ดีจะประกอบด้วยจุดบริการหรือ Service Box ซึ่งเป็นตำแหน่งสำหรับต่อเครื่องอัดน้ำยากำจัดปลวก จุดนี้ควรอยู่ภายนอกบ้าน เข้าถึงง่าย และไม่อยู่บริเวณที่น้ำสามารถขังได้ การติดตั้งจุดบริการอย่างถูกต้องจะทำให้การดูแลรักษาระบบเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัยในระยะยาว
นอกจากนี้ บ้านควรมีจุดกระจายน้ำยามากกว่าหนึ่งจุด เพื่อให้น้ำยากำจัดปลวกสามารถไหลเข้าสู่ระบบจากหลายทิศทาง ไม่กระจุกอยู่เพียงด้านเดียว การมีหลายจุดบริการจะช่วยให้สามารถควบคุมทิศทางการกระจายของน้ำยาได้ดีขึ้น และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับบ้านที่มีพื้นที่กว้าง
ระบบท่อกำจัดปลวกเหมาะกับบ้านแบบไหน?
ระบบท่อกำจัดปลวกเหมาะอย่างยิ่งกับบ้านสร้างใหม่ เพราะสามารถติดตั้งได้ครบทุกพื้นที่ตั้งแต่ต้น และช่วยลดความยุ่งยากในการป้องกันปลวกในระยะยาว เหมาะสำหรับเจ้าของบ้านที่ต้องการความเรียบร้อย ไม่ต้องการเจาะพื้นทีหลัง และต้องการวิธีป้องกันปลวกที่คงทนและต่อเนื่อง สำหรับบ้านที่สร้างเสร็จมานาน การติดตั้งระบบนี้จะทำได้ยากและอาจไม่คุ้มค่าจึงควรเลือกวิธีการกำจัดปลวกประเภทอื่นแทน
หากท่านใดที่กำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญในการกำจัดปลวก Green Home บริษัทกำจัดแมลงมืออาชีพ ยินดีให้คำปรึกษาฟรี พร้อมให้บริการแบบ One Stop Service ตั้งแต่การสำรวจพื้นที่เบื้องต้น วางแผนการกำจัดปลวกแบบเฉพาะเจาะจงไปจนถึงการติดตามผลหลังบริการท่านใดสนใจสอบถามข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมกับเราได้เลย
โทร: 087-4934166
Line: @greenhome
https://greenhome-pest.com/contact-us/
Website: https://greenhome-pest.com/
Facebook: Greenhome pest
YouTube: กำจัดปลวก กับ กรีนโฮม เพสท์ คอนโทรล





